ประวัติ และ 4 ยุคที่นักสะสมต้องรู้
Rolex GMT-Master II “Pepsi” คือนาฬิกาสปอร์ตหรูระดับตำนาน โดดเด่นด้วยขอบ Bezel สองสี แดง-น้ำเงิน จนได้รับฉายาว่า “Pepsi” (สีแดงแทนกลางวัน / สีน้ำเงินแทนกลางคืน) เป็นนาฬิกาที่มีฟังก์ชัน GMT สำหรับดูเวลาได้มากกว่าหนึ่งเขตเวลา ซึ่งได้รับความนิยมและมีมูลค่าทางการลงทุนสูงที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก
จุดเริ่มต้นของตำนาน Pepsi
เริ่มต้นในปี 1955 เมื่อ Rolex ร่วมมือกับสายการบิน Pan Am พัฒนานาฬิกาเพื่อให้บินข้ามทวีปอ่านเวลาสองเขตได้พร้อมกัน โดยใช้เข็ม GMT ปลายลูกศร 24 ชั่วโมง ทำงานร่วมกับขอบ Bezel จนกลายเป็นพิมพ์เขียวของนาฬิกานักบินมาถึงปัจจุบัน
สรุปเจาะลึก 4 ยุคของ Rolex Pepsi (อัปเดตถูกต้องตามหลักสากล)
1. ยุคบุกเบิก ขอบ Bakelite: Ref. 6542 (ปี 1955–1959)
จุดเด่น: Pepsi รุ่นแรกของโลก ขอบทำจากพลาสติก Bakelite ใสครอบแผ่นสี
สถานะนักสะสม: แตกหักง่ายมาก เรือนที่สภาพเดิมสมบูรณ์จึงกลายเป็นของหายากระดับ Ultra-rare ราคาประเมินค่าไม่ได้
2. ยุคคลาสสิกขอบอะลูมิเนียม: Ref. 1675 (ปี 1959–1980)
จุดเด่น: เปลี่ยนมาใช้ขอบอะลูมิเนียมเพื่อความทนทาน อยู่ในสายการผลิตยาวนานกว่า 20 ปี
สถานะนักสะสม: พิมพ์นิยมของสายวินเทจ เสน่ห์คือขอบอะลูมิเนียมที่ซีดจางตามกาลเวลา (Faded Bezel) เกิดโทนสีเฉพาะตัวที่นักสะสมไล่ตามหา
3. ยุคเปลี่ยนผ่านและระบบ GMT-Master II: (ปี 1981–2007)
Ref. 16750 (1981–1988): ขอบอะลูมิเนียม แต่เพิ่มฟังก์ชัน Quickset Date ตั้งวันที่แยกได้สะดวกขึ้น
Ref. 16710 (1989–2007): ก้าวสู่ยุค GMT-Master II เต็มตัว (แยกเข็มชั่วโมงอิสระ ดูเวลาได้ 3 เขต) เป็นรุ่น Neo-Vintage ที่ลงตัวที่สุดระหว่างความคลาสสิกกับการใช้งานจริง
4. ยุคเซรามิก Cerachrom: (ปี 2014–ปัจจุบัน)
Ref. 116719BLRO (ปี 2014): Rolex ทำขอบเซรามิกสองสีชิ้นเดียวสำเร็จเป็นครั้งแรก แต่เปิดตัวบนเรือน ทองคำขาว (White Gold) เท่านั้น
Ref. 126710BLRO (ปี 2018–ปัจจุบัน): ยุคขวัญใจมหาชน นำขอบเซรามิก Pepsi มาใส่ในเรือน Oystersteel (เหล็ก) ใช้กลไกใหม่สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง (เปิดตัวด้วยสาย Jubilee และเพิ่มสาย Oyster ในปี 2021)
สรุปเลือกซื้อ/สะสม
เน้นมูลค่า ประวัติศาสตร์: เลือกยุควินเทจ Ref. 6542 หรือ Ref. 1675
เน้นคุ้มค่า ใส่ได้ทุกวัน ลุคเก๋า: เลือก Ref. 16710 ขอบอะลูมิเนียม
เน้นหรูหรา ทันสมัย ไม่กลัวรอย: เลือก Ref. 126710BLRO เซรามิกยุคปัจจุบัน